Japan 2007 :: Kansai :: Day 8 (of 15) - Kyoto (Part II)
31 March 2007
ตอนที่สองของ Day 8 จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับช่วงตอนไปวัด Kiyomizu กับไปทานอาหารชุดเต้าหู้กับครอบครัวเพื่อนคนญี่ปุ่น ภาพเยอะมากๆ เน้นไปทางอาหารเป็นหลัก มั่นใจมากๆ ว่าหลายๆ คนคงไม่เคยเห็นอาหารชุดเต้าหู้เป็นคอร์สได้ขนาดนี้ 
หลังจากดื่มชาเขียวอันกลมกล่อมไปแล้ว ก็เดินหน้าเข้าสู่จุดหมาย ถ่ายรูปไปมาเพื่อนก็ตะโกนเรียกแปลเป็นภาษาไทยได้ว่า "มานี่เร็ว!!" เรียกซะนึกว่า Orlando Bloom มาวัดนี้ด้วยหรือยังไง พอเดินไปคือ มีหญิงสาวในชุดไมโกะเดินขึ้นวัดมา ซึ่งดูก็รู้ว่าเป็นนักท่องเที่ยวแต่งคอสไมโกะ ธ่ออ~ นึกว่าเรียกมาดูอะไร
ไม่เห็นตื่นเต้นเลย..
เปิดอ่านบล็อก

แต่งกันเป็นกลุ่มจะทำให้ดูเด่นมาก แต่ใส่เกี๊ยะเดินขึ้นเนินมาวัดเนี่ย.. แน่มาก..
เวลาห้าโมงเย็นกว่าๆ แล้ว เป็นเวลาวัดปิดพอดี แต่ช่วงนี้เป็นช่วงพิเศษ วัดจะเปิดให้เข้าตอนกลางคืนได้หลังจากหนึ่งทุ่มเป็นต้นไป เรากับเพื่อนก็เลยไปเดินช็อปกันต่อเพื่อรอเวลาให้วัดเปิดช่วงกลางคืน
ช่วงเทศกาลชมซากุระ วัดและสวนดังๆ ในญี่ปุ่นจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมในยามค่ำคืน โดยจะมี Light Up คือการฉายสปอร์ตไลท์ดวงใหญ่ๆ หลายๆ ดวงไปที่ซากุระและตัววัด ทำให้ดูสวยไปอีกแบบ นักท่องเที่ยวมากมายต่างก็รอเข้าชม
เดินดูของ ไปได้พักใหญ่ๆ ซักหกโมงครึ่งนักท่องเที่ยวก็เริ่มต่อแถวรอซื้อบัตรเข้าวัด เรียกว่ายืนกันเต็มถนนเลย เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดให้ซื้อบัตร ก็พากันทะยอยเข้าไป จากวัดที่เห็นตอนเย็นๆ พอโดนแสงจากสปอร์ตไลท์ ทำให้ดูแปลกตาไปจริงๆ แสงกระทบสีส้มๆ ของวัด ทำให้มันดูราวกับเปล่งประกายได้ (เว่อไปป่าว
)

นักท่องเที่ยวเยอะมากจริงๆ จะถ่ายภาพทีต้องระวังคนเดินไปเดินมา ปกติเวลากลางคืนก็ถ่ายรูปยากอยู่แล้ว แต่ละทีใช้เวลานานกว่าจะถ่ายภาพได้ให้ไม่สั่น คนกำลังตั้งท่าจะถ่าย บางทีก็โดนไล่ที่ (ー_ー;) ยิ่ง.. ทัวร์คนจีนยิ่งไม่ค่อยมีมารยาทเท่าไหร่ (ขอบ่นหน่อยเหอะนะ.. แต่ไม่ได้หมายถึงทุกคนนะ แค่บางคน) ไอ้เราก็นักท่องเที่ยวเหมือนกัน กำลังจะถ่ายรูป มันก็มาไล่เราออกไป (กรูมาก่อนแท้ๆ ไอ้บร้าาา~
) เจออย่างงี้หลายครั้งจนเซ็งไปเหมือนกัน

วัด Kiyomizu นี้เป็น 1 ใน 21 candidate ของ New 7 Wonders ด้วย ตามทางเดินมาวัดจะเห็นป้ายประกาศเชิญชวนให้โหวตให้วัด คู่แข่งอื่นๆ ก็อย่างเช่น Acropolis ที่เอเธนส์ ประเทศกรีซ, ทัชมาฮาลของอินเดีย, เทพีเสรีภาพของอเมริกา, ปิรามิดแห่งกีซ่า อะไรประมาณนี้ ใครเชียร์อะไรก็สามารถเข้าไปลงทะเบียนโหวตได้ที่ New Seven Wonders of the World โดยผลจะประกาศในวันที่ 7 เดือน 7 ที่กรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกสค่ะ

นี่คือตัววัด ที่ถ่ายจากมุมสุดฮิต จะเห็นด้านล่างเกิดจากไม้ขัดกันเพื่อยึดฐานวัดไว้แน่นหนากับเนินเขา
ที่วัดคิโยมิสึนี่จะมีน้ำที่ไหลลงมาจากภูเขา เชื่อกันว่าเป็นน้ำบริสุทธิ์และศักดิ์สิทธิ์ คนจะต่อแถวเพื่อเข้าไปรินดื่มกันมากมาย แต่เราไม่ได้ต่อหรอก เพราะต้องรีบแล้ว เดี๋ยวแม่เพื่อนจะรอ (ท้องเราก็ร้องไห้ทุรนทุราย หิวจนตาลายไปหมดแล้ว
)
ออกจากวัดก็เดินทางไป.. ไปที่ไหนก็ไม่รู้ ไม่รู้จักอ่ะ ร้านมันอยู่ในตรอกซอกซอยมากๆ เราต้องนั่งแท็กซี่กันไป (นั่งครั้งแรกนะเนี่ย เมื่อก่อนจะนั่ง โบกแล้วไม่เห็นมันจอดซักคัน เลยเดินเอาอย่างเดียว..
) อ้อ.. คนขับแท็กซี่ที่นี่เค้าใส่สูทกันทุกคนนะ ประตูรถก็จะเปิดและปิดเองได้ด้วย เรามีหน้าที่เข้าไปนั่ง จ่ายเงิน แล้วก็ออกก็พอ..
เมื่อลงจากแท็กซี่ก็เห็นร้านที่ดูเล็กมากๆ (ไปหากันเจอได้ไงเนี่ย) จากหนาวๆ เดินเข้าร้านก็ต้องถอดแจ็คเก็ตเหลือเสื้อยืด เรายกมือไหว้แม่และป้าของเพื่อน (กลัวไม่รู้ว่าเป็นคนไทย อิอิ) ป้าเพื่อนจะไม่ค่อยพูดอะไรเท่าไหร่ สงสัยหวั่นๆ คนต่างชาติ แต่แม่เพื่อนเราก็คุยบ้าง ดูใจดีกันทั้งคู่ค่ะ
มาว่าเรื่องกินต่อ ที่นั่งในร้านจะเหมือนซูชิบาร์ คือหันหน้าเข้าหาพนักงาน เค้าก็จะเสิร์ฟอาหารตามลำดับในคอร์ส เริ่มจากนี่ค่ะ

เรียกอะไรก็ไม่รู้ หน้าตาคล้ายนมข้นหวาน รู้แต่ว่า มันทำมาจากเต้าหู้ เค้าเอามาตั้งให้เป็นอันแรก ใส่จอกเล็กๆ เรียกว่าเป็น เต้าหู้ช็อต ก็ได้กระมัง กระดกทีเดียวหมด อิอิ รสชาติก็โอเคนะ ก็เต้าหู้อ่ะ นุ่มๆ ดี

ถัดมาก็เป็นฟองเต้าหู้ห่อเต้าหู้ มาสองคำเล็กๆ ตรงเต้าหู้สีขาวๆ อ่ะ นุ่มมากๆ ก็คงจะเต้าหู้ปลาอ่ะนะ เมื่อทานออร์เดิร์ฟไปได้สองจาน เพื่อนเราก็ถามว่าจะดื่มอะไร เราก็ถามเพื่อนไป "มีไวน์ขาวป่าว?" (ดูมัน.. ร้านโคตรญี่ปุ่น ยังจะกินไวน์อีกเร๊อะแก.. - ก็คนมันชอบอ่ะ) เจ้าของร้านบอก มีเป็นไวน์บ๊วยได้ไหม อ๊ะ! ∑( ̄□ ̄;) ม.. ไม่เคยกิน.. เอามาลองดิ๊~ แล้วเรา เพื่อนเรา และแม่เค้าก็เลยเปิดไวน์กัน (มื้อนี้กะแล้วแหละ ว่าจะจ่าย ดังนั้น อยากกินอะไรก็เลยสั่งไม่ยั้ง)

รสชาติก็เหมือนกินน้ำบ๊วยดองอ่ะ ฮะๆ แต่นุ่มแล้วก็หอมมากๆ
จานต่อมาซาชิมิปลาโอแล้วก็อะไรไม่รู้ ลองดูตามรูปข้างล่างสิ ขนาดกินเข้าไปแล้วยังเดาไม่ออกเลยค่ะ รู้แต่มันปุดๆ กรุบๆ ไอ้ที่เป็นสีส้มๆ ข้างปลาโอนั่น เหมือนเป็นส่วนไหนสักส่วนของสัตว์บางชนิดซึ่งก็ไม่รู้อีกเหมือนกัน (ใครรู้ช่วยบอกที) รู้แต่ว่ามันกินได้ เราก็ไม่สนใจแล้ว กินทุกอย่าง แหะๆ


จากนั้นเค้าก็เอาเตาเล็กๆ มีถ้วยดินเผาใส่เต้าหู้เหลวๆ เหมือนที่กินไปอันแรกอ่ะค่ะ จุดไฟแล้วก็ตั้งไว้อย่างงั้น เราก็ไม่รู้แหละ หันไปมองเพื่อน เค้ากินอะไร เราก็กินด้วยตามลำดับ

ถัดไปเป็นเต้าหู้ก้อนในน้ำซอสสีชมพู จากในรูปดูสวยงามน่ากินมากๆ เห็นเพื่อนกินเข้าไปทั้งคำ เราก็เอาบ้าง หูยยยย~ (≧_≦) เต้าหู้ยี้ชัดๆ ใครก็ได้.. ขอข้าวต้มด่วน!!!
(เค็มอย่างแรง แต่นุ่มเนื้อละเอียดมาก)

อันต่อไปเป็นเต้าหู้หยุ่นๆ เหมือนวุ้น เนื้อมันละเอียดจนไม่ต้องเคี้ยว เข้าปากไปแล้วแทบกลืนได้เลย อร่อยมาก (แต่มีคำเดียว) ตามติดด้วยเต้าหู้ทอดที่กรอบนอกนุ่มใน ทำได้ไงเนี่ย..


ผักดองไว้เป็นเครื่องเคียงแก้เลี่ยน
ทุกครั้งที่เรากินหมดไปจานนึง เจ้าของร้านก็จะมาเก็บไป แล้วก็จะเอาจานใหม่มาวางทันที ไม่มีขาดตอน จานน้อยอันต่อไปคือ เต้าหู้เสียบไม้ หน้าตาเหมือนไข่ย่าง ข้างบนแปะซอสอะไรซักอย่าง มองดูเหมือนขนมเลยอ่ะ กินเข้าไปแล้ว ไม่น่าเชื่อว่ามันจะอร่อยมาก แค่เต้าหู้ย่างไม่ใช่เร๊อะ!!


ในขณะที่เรานั่งกินจานนั้นจานนี้ เต้าหู้เหลวที่ถูกต้มอยู่ก็เริ่มเดือดปุดๆ ขึ้นมาเป็นฟอง เราต้องเอาตะเกียบไปแคะๆ ตรงขอบๆ แล้วก็พับเต้าหู้ที่มันพองขึ้นมาเป็นแผ่น แล้วก็เอามาจิ้มซีอิ้วกิน ไอ้แผ่นนี้มันก็คือ ฟองเต้าหู้ หรือ ゆどうふ นั่นเอง


เทมปุระในตะกร้าน้อยวางแปะตรงหน้า หยิบกินสองสามคำก็หมด เครื่องเคียงใกล้ๆ เราก็ไม่ปล่อยให้มันเสียใจ ถ้วยมันเล็กๆ คีบสองสามทีก็หมด

สลัดฟองเต้าหู้ อร่อยอีกแล้วครับท่าน น้ำสลัดอร่อยมาก
เต้าหู้เหลวที่ถูกต้มอยู่ เค้าจะให้เราต้มจนมันเดือดปุดๆ จนเป็นฟองเต้าหู้อย่างงั้นอยู่ 3 ครั้ง จากนั้นเค้าก็จะดับไฟ แล้วเอาน้ำใส่ คนๆๆ แล้วปิดฝา ทิ้งไว้สักพักใหญ่ๆ มันก็จะจับตัวเป็นก้อนเต้าหู้นิ่มๆ โอ๊ววว~ มันเป็นอย่างงี้นี่เอง~ ถึงตอนนี้ เราก็อิ่มมากๆ แล้วแหละ จริงๆ มีข้าวตั้งไว้อีก เค้าให้เก็บเอาน้ำซอสสีชมพูๆ จากถ้วยเต้าหู้ยี้อ่ะ ไว้ผสมกินกับข้าว แต่ตอนนี้เราไม่ไหวแล้วจริงๆ กินเต้าหู้เสร็จก็ต้องขอบาย (มันคงเหมือนกินเต้าหู้ยี้กับข้าวต้มแหละมั๊ง)

อิ่มมากๆ แต่มาเจอจานสุดท้ายนี่ ไม่กินไม่ได้อ่ะ เป็นของหวานที่ทำมาจากเต้าหู้อีกเช่นกัน เป็นพุดดิ้งเต้าหู้พร้อมเนื้อส้ม เล่าไปเดี๋ยวจะหาว่าพูดคำเดิมๆ คือ มันนุ่มมากกกก (≧▽≦) เราละเลียดกินทีละนิดๆ เนื้อมันละเอียดมากๆ อ่ะ รสส้มก็กำลังดี ไม่เด่นหรือด้อยจนเกินไป (พิมพ์ไปยังน้ำลายไหล)
ลืมบอกไปว่า อาหารชุดนี้ ราคาประมาณ 2,700 เยน (ก็ประมาณแปดร้อยกว่าบาท) เราว่าโอเคเลยนะ เต้าหู้เป็นอาหารที่มีชื่อมากในเกียวโต เรียกว่า มาเกียวโต ยังไงก็ต้องลองทานเต้าหู้เค้าอ่ะค่ะ สุดยอดจริงๆ ไม่คิดว่าเต้าหู้มันจะทำเป็นอาหารออกมาได้หลายอย่างและอร่อยได้ขนาดนี้ 
พอตอนจ่ายเงิน เราก็กำลังจะควักจ่าย แม่เพื่อนเค้าก็บอกว่า ไม่ต้องๆ เดี๋ยวเค้าจ่ายเอง เราก็แย่งจ่ายใหญ่ เพื่อนก็บอกว่า ไม่เป็นไร แม่เค้ารวย (ปล่อยมุข) เราก็เลยได้กินฟรีไปเลยมื้อนั้น สงสัยเพื่อนเค้าคงไปเล่าให้แม่ฟังมั๊งว่าเราเลี้ยงข้าวเค้าตั้งหลายครั้งตอนมาเมืองไทย เค้าก็เลยเลี้ยงกลับ (แต่ทำไมไม่เป็นเพื่อนเราที่จ่ายฟระ
)
...
ในที่สุด ตอนที่สองก็ยาวอีกจนได้ อิอิ ก็ของกินมันน่ากินออก เลยบรรยายซะละเอียดเลย วันถัดไปก็ยังอยู่ในเกียวโต เที่ยววัดที่สำคัญๆ อีกหลายที่ รวมถึง Philosoper's Walk ที่เราใฝ่ฝันมานานแล้วด้วย กรี๊ดดด~
เปิดอ่านบล็อก
Archive: Day 1, Day 2, Day 3, Day 4, Day 5, Day 6, Day 7, Day 8 (Part I)
)
) เพื่อนเปิด dictionary ให้ดู ก็แบบว่า เป็นชิ้นส่วนที่ไม่เคยได้ยิน