Japan 2007 :: Kansai :: Day 5 (of 15) - Kobe, Rokko and Arima Onsen
28 March 2007
ตื่นๆๆ รีบปลุกตัวเองแต่เช้า รีบไปเที่ยวๆ (แหม.. รู้สึกดีจริงๆ ท่านผู้อ่าน การที่วันๆ มีแต่ไปเที่ยวสถานที่น่าสนใจ กลับมาก็นอน ตื่นมาก็ออกไปเที่ยวอีก เหนื่อยแค่ไหนก็มีความสุข อิอิ) วันนี้จริงๆ เราตั้งใจจะไปดูหนังแหละ แต่เนื่องจากเมื่อวานเบี้ยวตัวเองไม่ไปโกเบ วันนี้ก็เลยต้องสละสิทธิ์ วันพรุ่งนี้ เราต้องออกจากโอซาก้าไปจังหวัดอื่นแล้ว ตอนเช้าของวันนี้ เราจึงจำเป็นต้องจัดการการ์ตูนกองพะเนินให้เสร็จเรียบร้อยก่อนไปโกเบให้ได้
ตอนแรกกะจะดูเรื่องนี้ 蟲師 (Mushishi)
กำลังดังมากๆ เลย เสียดายอยู่เหมือนกันแฮะ
ว่าแล้วก็เดินหาไปรษณีย์ (คงไม่คิดว่าจะแบกของพวกนี้เที่ยวหรอกใช่ไหม) ทั้งเราทั้งเพื่อนหอบหิ้วของที่จะส่งกลับไทยก่อน ของเราส่วนมากจะเป็นการ์ตูน อาจมีของฝากนิดหน่อย (ที่กะว่าไม่โดนภาษีแน่นอน) วันนั้นโดนค่าส่ง EMS ไปประมาณ 12,000 yen ∑( ̄□ ̄;) (หลาย package.. อันเดียวไม่พอ) ส่วนเพื่อนเราโดนไปหมื่นหก คิดในใจว่า นี่ขนาดซื้อแบบยั้งๆ แล้วนะ (แต่พอคิดว่า เคยซื้อโดจินไปสามหมื่นเยน ก็เลยเฉยๆ กับอันนี้หน่อยละ)
เปิดอ่านบล็อก
สรุป กว่าจะออกเดินทางได้ก็เกือบเที่ยง แต่โชคดีที่โกเบอยู่ไม่ไกลจากโอซาก้า นั่งรถไฟไปไม่เกินครึ่งชั่วโมงก็ถึง ที่แรกที่เราไปก็คือ หาด Suma ซึ่งจะเด็กๆ วัยรุ่น (เน้น.. เด็กๆ วัยรุ่น) ทั้งหลายมักจะมารวมตัวเล่นกีฬาทางน้ำ และจับกลุ่มมีกิจกรรมกันมากมาย ไอ้เราก็.. ไหนๆ ไปซิ เผื่อเจอเด็กหนุ่มหน้าตาดีกำลังเล่นวินด์เซิร์ฟ วู้วว~~ ฝันไปนู้น

พอไปถึง.. ลมพัดเฟี้ยวววว แบบว่ามันยังหนาวอยู่อ่ะ หนาวมาก วันนี้มีแดดหน่อยแล้วนะ มันยังหนาวได้ขนาดนี้ แต่ไหนๆ ก็มาแล้วอ่ะ จะไม่ลงไปเดินก็กระไรๆ เอาซะหน่อยฟระ นู้นน มีชายใจเหล็กอยู่จำนวนหนึ่งที่ถึงหนาวยังไงก็ยังลงเล่นเซิร์ฟอย่างไม่สะทกสะท้าน วันนี้คนน้อยมากๆ (แทบไม่มีว่างั้นเหอะ) มีเด็กน่าจะซักมัธยมกลุ่มนึง มาเล่นวินด์เซิร์ฟเหมือนกัน เดินไปเรื่อยๆ ประมาณครึ่งชั่วโมง ก็ถึงสวนสาธารณะใกล้ชายหาด คราวนี้มีเด็กประถมเต็มไปหมด กำลังฝึกโยธวาทิตกันอยู่ เด็กมันก็มองกันใหญ่ (สงสัยไม่เคยเห็นของแปลก) ไม่นะน้อง.. พี่ไม่ชอบเด็กประถม (อีกซักหกปี เราค่อยมาคุยกันนะ อิอิ)


เดินอีกไม่นาน เรากับเพื่อนก็ขอบายดีกว่า คนน้อยอย่างงี้ไปดีกว่า (ไม่มีอะไรเร้าใจเลย ไม่งั้นอยู่นานกว่านี้) นั่งรถไฟย้อนกลับไปสถานี Sannomiya ไป Ikuta Jinja ไปทำบุญซะหน่อย จากนั้นก็เดิน เดิน เดิน.. เดินหา China Town เดินเท่าไหร่ก็ไม่เจอ แถบ Sannomiya นี่เป็นโซนที่.. จะว่าไงดี.. ให้ความรู้สึกว่า คนที่นี่รวยมากกกก เดินไปไหนก็เจอแต่ห้างใหญ่ๆ อย่างสมมติ Marui ก็จะใหญ่ซัก WTC บ้านเรา (อ่ะ ก็ Central World ไง ทำเป็นไม่รู้จัก แหม๊~~) ทั้งแถบเลยอ่ะ แล้ว Daimaru ก็เป็นประมาณเดียวกัน Hankyu ก็เป็นตึกยาวๆ ประมาณเดียวกัน แล้วห้างก็เต็มไปหมด คนเดินถือถุงช็อปปิ้งมียี่ห้อเต็มถนน แต่งตัวหรูหรา เมืองนี้มันมีแต่คนรวยกันหรือไงเนี่ยยยย!?!?!?

สาธุ.. ขอให้โลกสงบสุข เพี้ยงงง

หลงทางอยู่นาน ถามคนแถวนั้น เค้าก็ไม่รู้ (อะไร คนแถวนี้ป่าวเนี่ย ไมไม่รู้จัก China Town) ถามไปซักห้าหกคนได้ ในที่สุดก็เดินมาเป็นป้าย Motomachi (ถ้าลงรถไฟตรงนี้จะเดินมาใกล้มาก) โอ้ววว เจอแล้วๆ เห็นประตูโคตะระจีนขนาดนี้ ไม่บอกก็รู้ว่า China Town

เดินไปด้านซ้ายจะเจอไชน่าทาวน์

อร่อยมากๆ ขอบอก
ไม่อยากบอกว่า ตั้งแต่เช้า ยังไม่ได้กินอะไรเลยอ่ะ แบบว่า หิวมากๆ เดินเข้า China Town นี่เห็นอะไรแปลกๆ ก็รีบรี่เข้าไปลองทันที (ตั้งใจจะไปกินเนื้อโกเบที่ Arima Onsen เลยต้องหาอะไรรองท้องไปก่อน) สิ่งที่ซื้อมากินอย่างแรก หน้าตาคล้ายๆ กุ้ยช่ายทอดบ้านเรา (ตอนแรกเข้าใจว่างั้น) อันละสองร้อยเยน เค้าก็ยื่นให้ อ่ะ.. เราก็ เอ๊า.. ไม่มีน้ำจิ้มเหรอเจ๊ หน้าตามันแห้งๆ อ่ะ พอกัดเข้าไปเท่านั้นแหละ หูยยยยยย อร่อยหลายยยย น้ำข้างในมันแตกในปาก (ให้ความรู้สึกเหมือนเวลากินเสี่ยวหลงเปา) มีกุ้งมีกุ้ยช่าย อร่อยมากๆ เลย ตอนไปไชน่าทาวน์ที่ Yokohama ไม่เคยเห็นเลยอ่ะ ไชน่าทาวน์ที่นี่ไม่ค่อยใหญ่เท่าไหร่นัก เดินแป๊บเดียวก็ทั่วละ ตอนนั้นก็เป็นเวลาเกือบสี่โมงเย็นแล้ว เรารีบจรลีไป Rokko ต่อเพื่อไปนั่ง Cable Car ให้ทัน
Rokko เป็นเมืองที่มีภูเขา Rokko ที่เป็นอุทธยานแห่งชาติที่ก็มีชื่อเสียงระดับหนึ่ง แต่เราไม่ได้ตั้งใจจะไปเที่ยวภูเขานี้ เราตั้งใจจะไปนั่ง Cable Car ที่นี่เพื่อไปนั่ง Ropeway ข้ามภูเขา Rokko และไปสิ้นสุด Ropeway ที่ Arima Onsen
ถึงสถานี Rokko ก็ต่อรถบัสนั่งต่อไปนานมาก แถมหนทางก็คดเคี้ยวสุดๆ นั่งๆ ไปนึกถึงตอนที่ไปเที่ยวปาย แต่ละโค้งนี้หักศอกซะหวาดเสียว แต่ที่นี่คนเค้าขับรถนุ่มนะ ไม่ทำให้รู้สึกไม่สบายอะไร มีเด็กประถมขึ้นรถอีกละ มองเรากับเพื่อนใหญ่เลย (มองทำไม.. พี่ไม่ชอบเด็กประถมอ่ะน้อง) นั่งจนสุดทางอีกแล้วครับท่าน ในที่สุดก็ถึงจุดปล่อย Cable Car เราซื้อตั๋วไปเที่ยวเดียว เที่ยวนั้นเป็นเที่ยวสุดท้ายพอดี (เวลาเกือบห้าโมงเย็นแล้ว) รอสักพักเค้าก็ปล่อยรถ

จากในรูปอ่ะ รถมันจะแล่นถอยหลังขึ้นภูเขาอ่ะ ทำให้เราหันหน้ามองข้างล่างตลอดเวลา น่ากลัวอิ๊บอ๊าย นั่งไปเท่าไหร่มันก็ไม่มีทีท่าว่าจะถึงสถานีปลายทางซะที อากาศก็หนาวเย็นขึ้นเรื่อยๆ (ก็ขึ้นภูเขานี่) ตอนนั้นไม่ค่อยมีความสุขซักเท่าไหร่ คิดแต่ว่า สายเคเบิ้ลมันคงแข็งแรงดีใช่มั้ยวะเนี่ย กรูจะได้ไปแช่น้ำแร่มั้ยเนี่ยยยย


สถานีต้นทางที่ Rokko
คิดงั้นอยู่ครึ่งชั่วโมงก็มาถึงสถานีปลายทางจนได้ เฮ้อออ.. อากาศหนาวอ่ะ เราต้องไปรอรถบัสอีกแล้ว เพื่อไปขึ้น Ropeway ที่อยู่ไกลออกไป นั่งไปถึงก็ได้ขึ้นในทันที ครั้งนี้เป็น Ropeway ที่นั่งนานที่สุด (≧_≦) แม่เจ้า.. ขอนั่งแค่ครึ่งราคาได้ไหมเนี่ย เมื่อไหร่มันจะถึงวะ.. บ่นไปพร้อมถ่ายรูปไปจนถึงสถานีจนได้ เย้~~

สถานีปลายทางที่ Arima Onsen
Arima Onsen หนาวมาก มันเป็นเมืองที่มีหุบเขาล้อมรอบอ่ะ ลมพัดฟิ้วๆ มองออกไป สงบนิ่ง.. ทำไมไม่มีอะไรเล๊ยยยย รถบ้งรถบัสก็ไม่มี แล้วชั้นจะไปต่อยังไง ยังไปยืนโง่แถวสิ่งที่น่าจะเป็นป้ายรถบัส ยืนเป็นสิบนาที หนาวก็หนาว ในที่สุดต้องซมซานกลับมาที่สถานี ถามเจ้าหน้าที่ว่า จะไป 銀の湯 (Gin no Yu) ไปยังไง เค้าก็ให้แผนที่แล้วก็บอก เราต้องเดินไปตามทาง ห๊าา!! ∑( ̄□ ̄;) เดินไป?? นี่มันภูเขาไม่ใช่เร๊อะ ต้องเดินลงไปถึงตีนเขาเลยงั้นหรือนี่!!!
แต่จะให้ทำไงอ่ะ มันก็ต้องเดินอ่ะ ท้องฟ้าเริ่มมืดลงๆ ต้องรีบเดินอีกกรู.. แต่โชคดีอยู่อย่าง แผนที่ที่นี่จะทำดีมาก ขนาดโค้งกี่โค้ง มีซอกตรงไหน บอกหมด (ตอนแรกก็ไม่กล้าเดินเหมือนกัน กลัวหลงทาง) เดินประมาณครึ่งชั่วโมง อ๊ะ.. นั่นๆๆๆๆ เห็นแล้ว เหมือนในรูปเลย 銀の湯!!! สถานที่นี้คือ โรงอาบน้ำแร่สาธารณะที่มีชื่อเสียงมากที่หนึ่ง จะมีแร่ต่างๆ เช่น กรดคาร์บอนิกและเรเดียม (มันว่างั้น แต่มันไม่เป็นอันตรายกับเราใช่ไหม ขอแค่นั้นแหละ) เราเดินมาเพื่อ "ดู" เฉยๆ จริงๆ เพราะถ่ายรูปเสร็จก็เดินต่อเลย ตามหา 金の湯 (Kin no Yu) ดีกว่า เป้าหมายเรา

เมือง Arima นี่เราว่าน่ารักมากเลยนะ เพราะเป็นเมืองที่อยู่ในหุบเขา บ้านช่องจะเล็กๆ และลดหลั่นเป็นชั้นตามลักษณะภูเขา ถนนก็จะเล็กๆ ขนาดแค่สี่คนเดินหน้ากระดาน (แต่ขอโทษ.. รถเข้าได้นะเนี่ย) มันดูสวยมากเลยอ่ะ เป็นเมืองที่ประทับใจที่สุดในทริปนี้เลย ถ้าเราได้กลับมาแถบคันไซอีก จะมาค้างที่เมืองนี้ซักสองสามวัน ♡♡♡

Kin no Yu
แล้วก็เดินมาถึง 金の湯 จนได้ ที่นี่เค้ามีให้แช่เท้าฟรีด้วย เพื่อนเราไม่ยอมลงแช่ออนเซ็น แต่เรายังไงก็ต้องลง คราวก่อนไป Hakone ก็ไม่ได้ลงทีนึงละ (แต่ตอนนั้นมีแช่ไวน์ แช่กาแฟ กับแช่ชาเขียวแทน ก็เลยโอเค มันใส่ชุดว่ายน้ำลงได้ เพื่อนเลยยอมลง) เพื่อนเลยบอกให้เราไปเถอะ จะรออยู่ข้างล่างนี้แหละ จริงๆ ก็ไม่อยากเข้าคนเดียวอ่ะนะ กลัวทำตัวไม่ถูก
จ่ายเงิน 650 yen ไปก็ได้กุญแจล็อกเกอร์มา ผ้าเช็ดตัวก็ไม่มี (ไม่ใช่ฟิตเนสนะ) เราก็เดินขึ้นชั้นสอง เข้าฝั่งหญิงไป ยืนหันซ้ายหันขวาอยู่พักนึง อยู่ๆ ก็มีคนเปิดประตูออกมาจากห้องแช่ ด้วยเรือนร่างที่เปลือยเปล่า.. ∑( ̄□ ̄;) เจี๊ยกกกก~~ เอางี้เลยเรอะ?! โอเค๊~~ เรื่องไร้ยางอายดิชั้นก็ไม่แพ้ใครเหมือนกั๊นนน
ว่าแล้วก็.. ผลุ่บผลั่บ.. (ติดเรทไหม ฮะๆ) แล้วก็เดินเข้าห้องแช่เลย
จำได้ว่า ขั้นตอนแรกต้องอาบน้ำล้างตัวก่อน และต้องนั่งอาบให้เรียบร้อย พยายามไม่ให้น้ำกระเด็นถูกคนอื่นที่อยู่ใกล้ เดี๋ยวจะเป็นการเสียมารยาท (ท่องมาว่างี้) เราก็อาบๆ พร้อมมองคนอื่นด้วยความไม่เคย(เห็น) มีคนแก่เต็มเลยอ่ะ ไม่ค่อยมีสาวๆ (ไอ้หนุ่มๆ อ่ะ ไม่มีอยู่แล้ว ห้องแช่แยกชายหญิง) อาบเสร็จก็เดินไปใช้เท้าจิ้มๆ (เสียมารยาทป่าวฟระ) ย้ากกกก~~ ร้อนจิ๊บบบ มองไป 44 องศา แล้วมันมีอีกบ่อ 42 องศา.. เอาข้างๆ ดีกว่าฟร่ะ 
เรื่องอาบน้ำร้อนอ่ะ เราชอบอยู่แล้ว 42 องศาก็เลยค่อนข้างโอเค แต่แช่ๆ ไปซักสิบหรือสิบห้านาที ผิวมันไม่โอเคด้วยอ่ะ เดินขึ้นมาจะอาบน้ำเย็น ตัวแดงงงงง หน้าก็แดง ร้อนจนแทบทนไม่ไหว ต้องเดินออกมาตากแอร์ข้างนอก (เป็นพวกทนความร้อนมากๆ ไม่ได้ พาลจะเป็นลมเอา กลัวเดี๋ยวไม่มีคนเก็บ) ก็มีนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นกลุ่มนึงเฮโลเข้ามา แล้วก็เข้าไปแช่ ตอนแรกเราว่าจะเลิกแช่ พอดีมีผู้หญิงวัยรุ่นๆ หน้าตาดีเข้ามา เราก็เลยกะจะขอดูหุ่นหน่อยซิ อิอิ (เอามาเล่าอีกกรู ไม่อายเล๊ยยย)
อย่าเข้าใจผิดนะ พ่อแม่พี่น้อง.. เราไม่ได้ชอบผู้หญิง แต่อยากเห็นว่า คนสวยๆ เนี่ย ซ่อนรูปหรือเปล่า (เคยสงสัยมานานแล้ว) พอตัวหายร้อนแล้วก็เข้าไปแช่อีก แช่อยู่นานจนคิดว่า กรูจะเป็นลมอยู่แล้ว เจ๊ๆ ทั้งสามก็ไม่เข้ามาซักที (ー_ー;) จนไม่ไหวแล้วว้อยย ไปดีกว่ากรู~~ ก็เลยเดินไปอาบน้ำเย็นอีกรอบ พอจะเดินออกไป เจ๊ๆ ก็เดินเข้ามาพอดี คนแรก.. หือออ์~~ ... ง่า.. เค้า.. เค้าคงท้องมั๊งงงง คนที่สองและคนที่สามตามเข้ามา อืมม.. ก็โอเคอ่ะ ไม่ได้ท้อง เอ้ย ไม่ได้ซ่อนรูปอะไร แค่นั้นแหละ สบายใจละ.. แล้วเราก็รีบออกไป

ถ่ายบนสะพาน มีแสงไฟตอนกลางคืน สวยมากๆ เลย
พอเปลี่ยนเสื้อผ้าออกมาก็เดินดูเมืองเค้าอีกหน่อย มันสวยจริงๆ สวยมากๆ สวยสุดๆ ต้องมาดูเองอ่ะ เมืองมันเล็กๆ เงียบๆ สวยๆ หนาวๆ ได้อาบน้ำแร่ร้อนๆ ออกมา มันรู้สึกดีจริงจริ๊งงงงง~~ จริงๆ อยากกินอาหารเช้า+เที่ยง+เย็นที่นี่ อยากกินเนื้อโกเบแต่เดินไปไหน เหมือนไม่เห็นร้านที่ดูจะมีเนื้อโกเบ มีแต่ร้านธรรมดาๆ แล้วตอนนั้นมันก็ดึกแล้วด้วยแหละ ในที่สุด เราก็เลยต้องอดกิน ต้องนั่งรถไฟกลับโอซาก้าเลย 


รสชาติใช้ได้นะ ลุงเจ้าของร้านก็ใจดี
นั่งนานมาก แถมตอนกลับมาเดินหลงทางอีก กว่าจะได้กลับมาแถวโรงแรม (เป็นวันแรกที่เดินหลงทาง หาทางกลับโรงแรมไม่เจอ เศร้า~~) ทั้งหิวทั้งเหนื่อยแทบร้องไห้ พอเข้าใกล้โรงแรม ก็เห็นร้าน Okonomiyaki เข้า ก็เลยแวะ (โอซาก้าดังเรื่อง Takoyaki กับ Okonomiyaki) ก็สั่งโอโคโนมิยากิ แล้วก็เนื้อผัด แล้วก็ยากิโซบะ ซึ่งก็เยอะนะ แล้วเราก็สั่งสาเกร้อนมากินอีกขวด เจ้าของร้านต้องคิดแน่เลยว่า นังผู้หญิงสองคนนี้กินหมดกันได้ยังไงฟระ ตบท้ายด้วยไอศกรีมอีกคนละถ้วย.. เฮ้อออออ.. ค่อยยังชั่วววว


กลับไปถึงรีบเก็บข้าวของ พรุ่งนี้ต้องออกแต่เช้า เพื่อไป Iga Ueno เพื่อไปหมู่บ้านนินจา!!!! 
เปิดอ่านบล็อก

)
อยากเห็นหมู่บ้านนินจาด้วยค่า เขียนหน่อยน๊าจะมาตามอ่าน
อายแทนเลยอ่ะ ถ้าเป็นเราคงไม่กล้าอ่ะ แต่ถ้าได้ไปก็อยากจะแช่เหมือนกันนะ อิอิ